แอฟริกา

เพศศึกษากับการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในแอฟริกา

ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อความเหลื่อมล้ำทางสังคมในทุกด้าน แม้แต่ในมิติเรื่องเพศ รวมถึงปัญหาการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กวัยรุ่นหลุดจากระบบการศึกษา ทั้งที่ปัญหาดังกล่าวสามารถป้องกันได้โดยการส่งเสริมให้นักเรียนเข้าถึงหลักสูตรเพศศึกษา นี่จึงเป็นผลลัพธ์ปลายทางอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า การที่เด็กทุกคนไม่ได้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม ย่อมส่งผลกระทบต่อสังคมในระยะยาวได้ โดยเฉพาะในภูมิภาคที่ขาดแคลนทรัพยากรหลายด้านอย่างเช่นแอฟริกา ประเทศเคนยาเป็นประเทศหนึ่งในแอฟริกาที่ประสบปัญหาวัยรุ่นตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรในอัตราที่สูง โดยมีการสำรวจในจังหวัดแห่งหนึ่งของเคนยาซึ่งมีสถิติระบุว่า วัยรุ่นหญิงอายุระหว่าง 15-19 ปี จากกลุ่มตัวอย่าง 1,840 คน มีจำนวน 60.3 เปอร์เซ็นต์ที่มีประสบการณ์การมีเพศสัมพันธ์ และในจำนวนนี้มี 42 เปอร์เซ็นต์ที่ตั้งครรภ์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ แน่นอนว่าการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ส่งผลทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการดำรงชีวิตในสังคม จากการสำรวจความคิดเห็นของวัยรุ่นหญิงเหล่านั้น พบว่า สาเหตุหลักมาจากการขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศที่ถูกต้อง ต่อมา เมื่อเคนยาได้พยายามพัฒนาโปรแกรมการเรียนการสอนเพศศึกษาให้เข้าถึงนักเรียนในโรงเรียนต่างๆ ในเขตเมือง ปรากฏว่าช่วยลดอัตราการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ในวัยรุ่นได้ถึง 66 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม วัยรุ่นที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทที่เข้าไม่ถึงความรู้เรื่องเพศศึกษาก็ยังคงมีความเสี่ยงอยู่ในระดับสูง  นอกจากปัจจัยด้านการศึกษาแล้ว สภาพสังคมก็มีส่วนอย่างมากต่อการเรียนรู้เรื่องเพศอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นทัศนคติของคนในสังคม หรืออิทธิพลจากศาสนา กรณีหนึ่งที่สะท้อนปัญหาการเข้าถึงเพศศึกษาคือการที่ เซยูม อันโตนิโอส (Seyoum Antonios) บุคคลที่มีชื่อเสียงในประเทศเอธิโอเปียและเป็นผู้อำนวยการองค์กรอนุรักษนิยมคริสเตียน แสดงความคิดเห็นต่อต้านการเรียนการสอนหลักสูตร Comprehensive Sexuality Education (CSE) ในโรงเรียน เพราะเกรงว่าจะมีการสอนให้นักเรียนเห็นว่าการรักเพศเดียวกันและการทำแท้งเป็นเรื่องปกติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดกับหลักคำสอนทางศาสนา […]

‘สงคราม ความรุนแรง ปากท้อง และโรคระบาด’ การศึกษาไม่อาจรอได้

การศึกษาไม่อาจรอให้สงคราม ภัยพิบัติ โรคระบาด ความขัดแย้ง กระทั่งวิกฤติการเมืองจบลงได้ เพราะในทุกวินาทีที่เด็กนักเรียนทั่วโลกถูกปิดกั้นการเรียนรู้ นั่นคือความสูญเสียอันใหญ่หลวงที่ไม่อาจประเมินค่า ยิ่งในปัจจุบันที่ทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์วิกฤติ COVID-19 ที่การรักษาชีวิตให้ปลอดภัยคือสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึง ส่งผลให้โรงเรียนถูกปิด นักเรียนต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน ทว่านี่คือจุดที่ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาทะยานตัวขึ้นสูงสุด โดยเฉพาะกับเด็กนักเรียนที่อาศัยอยู่ในประเทศสงคราม เช่น อัฟกานิสถาน เยเมน อิรัก สาธารณรัฐแอฟริกัน ซาเฮล สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และโรฮิงญา ผู้ลี้ภัยพลัดถิ่นในบังคลาเทศ ที่ต้องเผชิญวิกฤติรอบด้าน ตั้งแต่เรื่องปากท้องไปจนถึงความรุนแรง การกดขี่ข่มเหง และโรคระบาด แยสมิน เชริฟ (Yasmine Sherif) ผู้อำนวยการกองทุนโลกเพื่อการศึกษาในภาวะฉุกเฉิน (Education Cannot Wait) ได้ฉายภาพผลกระทบจาก COVID-19 ของเด็กและเยาวชนในแถบพื้นที่แอฟริกา โดยเธอได้เผยตัวเลขจากรายงานของ The Malala Fund ว่าสถานการณ์การระบาดในครั้งนี้ ส่งผลให้เด็กว่า 75 ล้านคน เข้าไม่ถึงระบบการศึกษา มากไปกว่านั้น เมื่อเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาไปแล้ว มีจำนวนไม่น้อยที่ไม่อาจกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้แม้สถานการณ์โรคระบาดจะทุเลาลงแล้วก็ตาม “ปัจจุบันในหลายๆ ประเทศยังไม่มีโครงสร้างด้านไอที ไม่มีโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเรียนการสอนออนไลน์ หรือการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ พวกเขาอาจไม่มีแม้แต่วิทยุหรือโทรทัศน์ […]