การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ G7 ครั้งล่าสุด บอริส จอห์นสัน (Boris Johnson) นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร ได้แถลงต่อที่ประชุมว่า “ผมขอเรียกร้องต่อผู้นำประเทศทั่วโลก รวมถึงทุกท่านที่อยู่ในที่ประชุม G7 แห่งนี้ ให้บริจาคและร่วมกันปูเส้นทางที่มั่นคงให้แก่เด็กสาวไปสู่ห้องเรียน ตระหนักถึงความเลวร้ายที่เกิดขึ้นต่อการศึกษาทั่วโลกจากผลของโคโรนาไวรัส และช่วยสร้างให้โลกกลับมาดีขึ้นกว่าเดิม”
รัฐบาลอังกฤษจะแจกจ่ายงบจำนวน 430 ล้านปอนด์ ไปยังประเทศยากจนที่สุด 90 ประเทศ เป็นเวลา 5 ปี ผ่านพันธมิตรทางการศึกษาทั่วโลก
ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โรงเรียนจำนวนมากในประเทศยากจนต้องหยุดการเรียนการสอน โดยมีปัจจัยหนึ่งเนื่องจากเด็กนักเรียนจำนวนมากไม่สามารถเรียนได้ เพราะขาดอุปกรณ์ที่จะอำนวย
ลำพังเพียงแค่การเรียนตามปกติก็เป็นเรื่องยากมากแล้ว การเรียนออนไลน์จึงเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้สำหรับเด็กในประเทศเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น เด็กในประเทศมาลาวี ต้องเดินเท้าทุกเช้าเป็นระยะทางกว่า 5-6 กิโลเมตร เพื่อไปโรงเรียน
การหยุดการเรียนการสอนในประเทศยากจนเหล่านี้ ก่อให้เกิดอีกความเสี่ยงสำคัญหนึ่งตามมา คือ เมื่อพ้นจากวิกฤติและกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว เด็กจำนวนมาก โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง อาจไม่ได้กลับเข้าเรียนตามระบบดังที่เป็นอยู่เดิม
เด็กผู้หญิงในประเทศยากจน ต้องเผชิญปัญหารุนแรงและซับซ้อนกว่าเด็กผู้ชายอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะปัญหาจากการแต่งงานเร็ว การกดขี่ทางเพศ หรือการตั้งครรภ์ตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งล้วนแล้วแต่เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้พวกเธอไม่สามารถกลับไปเรียนตามปกติได้ โดยในหลายกรณีเด็กผู้หญิงเหล่านี้ก็ไม่เคยได้กลับไปเรียนตามระบบอีกเลย นี่นับเป็นความซ้ำซ้อนระหว่างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำทางเพศอย่างชัดเจน
ฐานะทางเศรษฐกิจเป็นปัญหาหลักที่บีบให้เด็กผู้หญิงต้องออกจากระบบการศึกษาหรือซ้ำร้ายกว่านั้น ยังทำให้พวกเธอไม่เคยเข้ารับการศึกษาเลยด้วยซ้ำ เช่น The UK Bangladesh Education Trust (UKBET) องค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับการค้าแรงงานเด็กในครัวเรือน ให้ข้อมูลว่า ในประเทศบังกลาเทศ เด็กผู้หญิง 9 ขวบ ต้องทำงานเป็นคนรับใช้เพื่อช่วยหารายได้เพิ่มให้กับครอบครัว โดยเธอไม่เคยเข้ารับการศึกษาตามระบบเลยอย่างสิ้นเชิง
การสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาแก่เด็กหญิงเหล่านี้ จะเป็นทั้งกลไกที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สาธารณสุข และสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศ ตลอดจนเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ประเทศยากจนทั้งหลาย สามารถหลุดพ้นจากกับดักความยากจนได้
“การสนับสนุนเด็กผู้หญิงให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพเป็นเวลา 12 ปี เป็นหนึ่งในการลงทุนที่ฉลาดที่สุดที่พวกเราสามารถทำได้ในขณะที่โลกกำลังฟื้นตัวจากโควิด-19 ไม่เช่นนั้นพวกเราจะต้องเสี่ยงกับการสร้างคนในยุคสมัยที่หลายชีวิตต้องสูญหายไปกับโรคระบาด (lost pandemic generation)”
ที่มา:
- Girls’ education ‘smartest’ post-Covid investment, says PM
- PM pledges £430m for girls missing education amid aid row
- Boris Johnson says girls’ education key to ending poverty
- Boris Johnson gets angry about girls’ education
