Read

จีนออกนโยบายกีดกันสถาบันติวเตอร์ สร้างความกังวลในหมู่ผู้ปกครอง

จีนออกนโยบายกีดกันสถาบันติวเตอร์ สร้างความกังวลในหมู่ผู้ปกครอง

ถึงแม้จะเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก แต่จีนก็ประสบกับวิกฤติประชากรเช่นกัน โดยรัฐได้ออกนโยบายอนุญาตให้ประชาชนมีลูกได้ 3 คน จากเดิมที่เคยกำหนดว่าห้ามมีลูกเกิน 2 คน แต่ด้วยภาระทางเศรษฐกิจอาจส่งผลให้คนไม่ต้องการมีลูกเพิ่มอีก ขณะที่ทางการจีนพยายามลดภาระด้านการศึกษา เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาในระดับสูงมากขึ้น

ระบบการศึกษาของจีนมีการแข่งขันสูงและเน้นการเรียนเพื่อสอบอย่างเข้มข้น อีกทั้งระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่เรียกว่า ‘Gaokao’ เป็นสิ่งที่กดดันนักเรียนอย่างมาก ผู้ปกครองจึงนิยมให้บุตรหลานเรียนพิเศษเพิ่มเติมหลังเลิกเรียน ธุรกิจสถาบันกวดวิชาจึงได้รับความนิยม มีรายได้สูง รัฐบาลจึงพยายามลดภาระของนักเรียนด้วยการออกนโยบายห้ามเปิดสถาบันกวดวิชาใหม่ และบังคับสถาบันกวดวิชาที่มีอยู่แล้ว ให้เปลี่ยนเป็นองค์กรไม่แสวงกำไร เพื่อให้ครอบครัวที่ยากจนเข้าถึงได้มากขึ้น รวมถึงห้ามสถาบันกวดวิชารับเงินทุนสนับสนุนจากต่างประเทศด้วย

นอกจากนโยบายดังกล่าวจะกระทบต่อธุรกิจกวดวิชาโดยตรงแล้ว ยังสร้างความกังวลในหมู่ผู้ปกครองมากยิ่งขึ้น หลายคนมองว่านโยบายนี้จะยิ่งสร้างความตึงเครียดในการแข่งขันและช่องว่างระหว่างชนชั้นมากขึ้น โดยผู้ปกครองที่มีฐานะร่ำรวยก็จะจ้างครูสอนพิเศษส่วนตัวมาสอนที่บ้านในราคาแพง ส่วนผู้ปกครองที่ไม่มีทุนทรัพย์ก็ยิ่งกังวลว่าลูกจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และพยายามหาวิธีอื่นๆ เพื่อให้ลูกของตัวเองได้เรียนพิเศษเพิ่ม โดยหนึ่งในนั้นคือการเรียนออนไลน์กับสถาบันกวดวิชาต่างประเทศที่มีระบบการโอนเงินต่างประเทศรองรับ นอกจากนี้ ผู้ปกครองบางส่วนยังมองว่าหากไม่มีสถาบันสอนพิเศษแล้ว การกวดขันบุตรหลานจะกลายเป็นภาระของผู้ปกครอง เนื่องจากการที่เด็กๆ ได้ใช้เวลาอยู่ในสถาบันกวดวิชาหลังเลิกเรียนจะช่วยลดภาระในการดูแลบุตรของผู้ปกครองที่ต้องทำงานหารายได้และไม่มีเวลาเลี้ยงดู ผู้ปกครองที่ต้องพึ่งพิงสถาบันกวดวิชาในจุดนี้จึงยิ่งกังวลมากขึ้น 

Xiong Bingqi ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการศึกษาแห่งศตวรรษที่ 21 กล่าวว่า อุปสรรคสำคัญในการปฏิรูปการศึกษาของจีนคือ ความกังวลด้านการศึกษา (Group education anxiety) กล่าวคือ เป็นปรากฏการณ์ของสังคมที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาระดับสูง และให้คุณค่ากับโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอย่างมาก อีกทั้งการจ้างงานของหน่วยงานหรือสถาบันต่างๆ ก็ให้ความสำคัญกับวุฒิการศึกษาเพียงอย่างเดียว โดยคำนึงถึงความสามารถของตัวบุคคลน้อยเกินไป 

Sun Jin ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภาควิชาการศึกษาปฐมวัย ประจำมหาวิทยาลัยการศึกษาแห่งฮ่องกง เสนอว่า การปฏิรูปการศึกษาของจีนต้องทำให้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางที่มีคุณภาพและสนับสนุนสิ่งที่จำเป็นให้กับนักเรียนทุกคน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกลางก็พยายามส่งเสริมให้มีกิจกรรมนอกหลักสูตรและมีบริการรับเลี้ยงเด็กของแต่ละโรงเรียนมากยิ่งขึ้น เพื่อลดความกังวลของผู้ปกครอง 

อาจกล่าวได้ว่า การปฏิรูปการศึกษาจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงระบบโครงสร้างที่เน้นการแข่งขันและการอัดฉีดเงินของผู้ปกครอง ความเท่าเทียมทางการศึกษาและความเหลื่อมล้ำทางสังคมของจีนจึงเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องแก้ไปพร้อมกันโดยไม่อาจมองแบบแยกส่วนจากกันได้

ที่มา:

editor

related post